NAN Sandbox

 

 

 

 

 

 

 

 

เปลี่ยนภูเขาหัวโล้น โดยภาคประชาชนทำมาหากินได้  ภาครัฐผ่อนคลายกฎหมายระเบียบ
แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน-ป่าไม้ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้ถูกต้องตามกฎหมาย และปรับคืนพื้นที่มาเป็นสภาพป่า

โมเดล NAN Sandbox  72 : 18 : 10   รัฐได้ป่า  ประชาได้ที่ทำกิน

การบริหารพื้นที่รูปแบบพิเศษเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “พื้นที่จังหวัดน่าน” ดำเนินงานโดย คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานกรรมการ และคณะกรรมการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดน่าน โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการภาครัฐ นายบัณฑูร ล่ำซำ เป็นประธานกรรมการภาคเอกชน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นรองประธานกรรมการ และคณะกรรมการอีก 23 ท่าน ร่วมด้วยอนุกรรมการด้านจัดทำชุดข้อมูล   และแผนที่ และอนุกรรมการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์

เป้าหมายและวัตถุประสงค์
1. แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน-ป่าไม้ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้ถูกต้องตามกฎหมาย และปรับคืนพื้นที่มาเป็นสภาพป่า
2. จัดหาเงินทุนสนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตทางการเกษตรและการเลี้ยงชีพในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน
3. ปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่การผลิตหรืออาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรายได้เพียงพอ และยกระดับคุณภาพชีวิต

พื้นที่ดำเนินงาน: ทั้งจังหวัดน่าน 15 อำเภอ 99 ตำบล 924 หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินในเขตป่าสงวน คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1, 2, 3, 4, และ 5

หน่วยประสานงานหลัก: องค์การบริหารส่วนตำบล โดยความร่วมมือของผู้นำชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานสภาองค์กรชุมชน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรีตำบล และนายอำเภอ

          ทางออกของการแก้ปัญหา คือการตั้งคณะทำงานน่านแซนด์บ๊อกซ์ ประกอบด้วยภาคประชาชนและภาครัฐมาทำงานด้วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่าน
และ ร่วมประชุมที่บ้านนายบัณฑูร ล่ำซำ

โจทย์แรกคือทำให้ทุกคนมีที่ทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีใครผิดกฎหมายอีกต่อไป จากที่เป็นปัญหามายาวนาน และประชาชนข้องใจกับปัญหาคาราคาซังที่รู้สึกว่ารัฐแก้ไขปัญหาให้ได้หรือไม่ได้ วันนี้มีรูปแบบที่บอกได้ว่ามีคำตอบที่สามารถทำได้ แต่ต้องมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติม

กล่าวคือพื้นที่ 100% ที่เป็นป่าสงวนของจังหวัดน่านนั้นรวมพื้นที่ป่าชั้น 1 คือลุ่มน้ำชั้นหนึ่งที่มีกฎกติกาที่เข้มมาก เราจะจัดการในส่วนที่เป็นพื้นที่ 28% ที่พ้นจากการเป็นป่าไปแล้ว จะจัดสรรกันใหม่ให้ทุกคนมีสิทธิที่ทำกินถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นป่าสงวน ก็ให้กันออกมาเป็นโฉนดที่เป็นกรรมสิทธิ์ แต่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนตัว แต่ที่สำคัญมากกว่านั้น …ไม่ใช่มีพื้นที่เท่านั้น การมีพื้นที่เป็นตัวปัจจัยหนึ่ง ไม่ได้ยืนยันว่ามีพื้นที่เท่านั้นเท่านี้ไร่แล้วจะอยู่รอด แต่ต้องให้ทุกคนมีความสามารถในการทำมาหากินในพื้นที่นั้น นี่คือโจทย์ที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเป็นชุมชนเกษตร สามารถปลูกได้ในปริมาณและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขายได้ราคาดีๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญต้องแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพื้นที่ก่อน ในพื้นที่ที่กว่า 28% ที่ไม่มีต้นไม้แล้ว แบ่งเป็น 18% จะอนุญาตให้ปลูกต้นไม้ตามที่ป่าสงวนควรมี แต่อีก 10% ไม่ต้องปลูกก็ได้ มีเอกสารยืนยันจากรัฐว่าถูกต้องแล้ว เป็นวิธีการที่สามารถพบกันได้ คุยมาในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

พร้อมกล่าวต่อว่า…ที่ผ่านมาเงินงบประมาณ องค์ความรู้ที่จะมาช่วย จากที่ไหนก็เข้าไม่ได้ เพราะพื้นที่ผิดกฎหมาย เราต้องไม่ลืมประเด็นนี้ แต่จากนี้ไปอยู่ในวิสัย และภาครัฐก็พร้อมเต็มที่ที่จะจัดสรรงบประมาณลงที่จังหวัดน่าน เพื่อให้สำเร็จ และ “น่านแซนด์บ๊อกซ์” เป็นโครงสร้างที่รัฐกับประชาชน ผู้นำชุมชน ต้องเจอกันในเวทีชีวิตอันนี้ รัฐกับประชาชนต้องคุยกันได้ ไม่งั้นก็แพ้กันหมด และประเทศไทยก็แพ้เป็นคนสุดท้าย นี่คือเวทีที่เรามาถกกัน ทีมงานเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้นำชุมชนมาคุยกัน ก็ได้ข้อสรุปว่ารับกันได้ ส่วนจะทำได้แค่ไหนต้องมาร่วมกันทำ

โชคดีที่ภาครัฐได้ปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีกลไกทางนิติศาสตร์และทำให้อยู่ในวิสัยที่จะให้ข้อตกลงนี้เป็นไปได้ แต่ก็ต้องตกลงลงมือทำในแต่ละตำบล อำเภอ โดยผ่านกลไกของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) คือใช้กลไกของรัฐมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับแต่ละพื้นที่กับประชาชน

“ตอนนี้ไฟเขียวในระดับนโยบายมีแล้ว ไม่เคยมีจังหวัดไหนในประเทศไทยทำแบบนี้ได้ ที่ผ่านมามีเป็นหย่อมๆ นี่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่แก้ปัญหาให้ประชาชน ตัวเลขพื้นที่จังหวัดน่านเป็นตัวเลขที่ยาก มีทั้งลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 และจะจัดตัวเลขให้ลงตัวที่ 72-18- 10 ได้อย่างไร มีการวิเคราะห์ว่าอยู่ในวิสัยที่จะจัดการได้ แต่ต้องมาลงรายละเอียดแต่ละพื้นที่ว่าจะจัดสรรอย่างไร

…ผมเสนอเรื่องนี้นายกฯ ให้ยอมรับว่านี่คือข้อตกลงที่รัฐบาลควรตกลงตามนี้” นายบัณฑูร ล่ำซำ กล่าว

เราได้เก็บข้อมูล คำถาม คำตอบ ที่เก็บมาระหว่างทาง คนมีข้อข้องใจ แต่เราหาทางตอบให้มีทางไปกันได้ ออกมาเป็นคู่มือชุมชน และมีการเก็บข้อมูลว่าใครมีพื้นที่เป็นแบบไหน มีฐานเป็นอย่างไร หนี้สินเท่าไหร่ เก็บเป็นรายบุคคล รายแปลง ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่จะมำให้เกิดขึ้นจริงๆ เขาจะได้ตามสิทธิ ที่นี่ร่วมกันจัดทำขึ้นมา มาจากการที่ภาคประชาชนแต่ละตำบล ภาครัฐร่วมกันทำในกรอบของ “น่านแซนด์บ๊อกซ์”

เราจะทำให้การจัดสรรที่ดินที่น่านเป็นจริงขึ้นมา

ชาวบ้าน99 ตำบลร่วมกันทำประชารัฐ

มีการหาเงินจากข้างนอกที่เขายินดีจะช่วยป่าต้นน้ำน่าน โดยจะเข้าบัญชีมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ของสมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นองค์ประธาน เพื่อรับเงินทั้งหลายที่จะเป็นเงินกองทุนให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการปลูกพืชเดิมๆ มาปลูกแบบใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่รีบใช้ ต้องเจรจาจัดสรรพื้นที่ให้เรียบร้อย ตรงไหนจะปลูกอะไร และเงินต้องไม่ขาดมือในการเลี้ยงชีวิต ประคองไปจนกว่าจะมีการหากินรูปแบบใหม่ได้ประเด็นแรก จัดสรรพื้นที่ให้ได้แล้ว ประเด็นที่สอง ต้องหาทางพาชุมชนในจังหวัดน่านได้ทำมาหากินในระดับสูงขึ้น ด้วยพื้นที่จำกัด ต้องหาพืชที่สร้างมูลค่าเพิ่ม โจทย์นี้ยังอีกไกลที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น แต่เราก็มาไกลกว่าที่คิดแล้วตอนนี้ มาไกลกว่าจังหวัดไหนที่เคยเดินมา ยังต้องเดินไปอีกไกล และต้องออกแรงหาความรู้ใหม่ๆ

ปรับปรุงกฎหมายใช้ “แนวคิดคนอยู่กับป่า”

การปรับปรุง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ แนวคิดคือคนอยู่กับป่า จะให้อยู่ที่ไหน อย่างไรที่ได้ทั้งสิ่งแวดล้อม ประชาชนอยู่ได้ เป็นแนวทางเดียวกับพื้นที่ป่าสงวน กล่าวคือ คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ให้ชุมชนลักษณะแปลงรวมซึ่งกำลังออกมา ถามว่าจะมีโฉนดชุมชน ไม่มี ต้องดูสาระในกฎหมาย ท่าน (ประชาชนในพื้นที่) ต้องตัดสินใจ มีมติ ครม. และกฎหมายออกมารองรับ นับว่าเป็นบุญของคนที่อยู่ที่นี่ เป็นโอกาสและจังหวะที่ดีของพี่น้องชาวน่าน ถ้าตกลงเรื่องที่ดินแล้ว จัดคนลง ต่อไปก็ทำเรื่องน้ำ ไฟ โครงสร้างพื้นฐาน จะจัดงบประมาณมาสนับสนุนแต่ละพื้นที่”

นายบัณฑูร ล่ำซำ (ซ้าย)
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา(ขวา)

Sandbox คือประเด็นการพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่  โดย NAN Sandbox  เป็นการทดลองบริหารจัดการด้วยวิธีการทำงานใหม่ในลักษณะรูปแบบพิเศษโดยปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายที่ไม่สอดล้องหรือไม่สมดุลในพื้นที่จังหวัดน่าน  เพื่อให้เกิดการจัดทรัพยากรป่าไม้ให้คนสามารถอยู่กับป่าในพื้นที่จังหวัดน่านได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : 1. https://thaipublica.org/2019/02/nan-sandbox-1-2-2562/
2. https://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2562/hi2562-006.pdf