จังหวัดพันธุ์ใหม่

จังหวัดพันธุ์ใหม่  (High Performance)

 

 

 

 

 

ความเป็นมา 

เป็นอีกความพยายามหนึ่งของ สำนักงาน ก.พ.ร. ที่จะผลักดันจังหวัดให้เป็นจังหวัดพันธุ์ใหม่  (High Performance)  เพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาจังหวัดที่มีความคล่องตัวในการบริหาร ระบบงาน ระบบเงิน และระบบกำลังคน  เมื่อครั้งจัดประชุม ณ โรงแรม  ซันธารา เวลเนส รีสอร์ท จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน   สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการแล้วเสร็จ จะนำส่งผลการจัดประชุมให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการนำร่อง 6 จังหวัด ภายใน พ.ศ. 2562 และขยายผลให้เป็น 38 จังหวัดภายในปี พ.ศ. 2565   ซึ่งเดิมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักงาน ก.พ.ร.  ได้คัดเลือกพื้นที่เพื่อการศึกษาจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ 1) ภูเก็ต 2) นครพนม   3) ขอนแก่น 4) ฉะเชิงเทรา 5) ระยอง และ 6) สุโขทัย เพื่อเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูล โดยคัดเลือกจากหัวข้อประเด็นศึกษาหรือยุทธศาสตร์ที่เป็นบทบาทหลักของจังหวัด เช่น EEC การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ภัยพิบัติน้ำท่วม ต่อมาเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2563  เห็นชอบแผนเพิ่มประสิทธิภาพขับเคลื่อนนำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่  1) ราชบุรี 2) ขอนแก่น 3) นครพนม 4) สระบุรี 5) ชัยนาท  และ 6) สมุทรสาคร  ล่าสุดปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  กำหนดจังหวัดที่เริ่มดำเนินการในขั้นต้นกระจายตามภาคต่าง ๆ 22 จังหวัด  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม และสมัครเพิ่มเติม 10 จังหวัด

กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ชลบุรี นครราชสีมา นนทบุรี นราธิวาส แพร่ ลำปาง สกลนคร สระบุรี สิงห์บุรี และอุดรธานี 
สมัครเพิ่ม : ราชบุรี หนองบัวลำภู อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ กระบี่ ขอนแก่น จันทบุรี  เชียงราย  ตาก นครศรีธรรมราช  นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด ระนอง และสมุทรปราการ 
สมัครเพิ่ม : ตราด พังงา พัทลุง  ภูเก็ต สุโขทัย อุบลราชธานี    

โดยเชิญชวนให้ทั้ง 22 จังหวัด และจังหวัดอื่นๆที่สนใจส่งใบสมัครและข้อเสนอการพัฒนาทางอีเมล์ ภายในวันที่ 12 มีนาคม 2564 >>อ่านต่อ  การประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบการประชุมทางไกลไปยังทุกจังหวัด โดยมี ประธาน อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น เป็นประธานการประชุม

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (กระทรวงมหาดไทย)

กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งที่ 478/2564 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงของกระทรวงมหาดไทย  โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (บ) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน >> คำสั่ง >> ผลการขับเคลื่อนของคณะทำงานฯนี้จะนำไปรายงาน
(1) อนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น (อ.ก.พ.ร.ฯ)
(2) สำนักงาน ก.พ.ร.
(3) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
(4) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

>> อ่านเอกสารประกอบความเป็นมา จัดทำโดย กพร.สป.

ผลการดำเนินการ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น) >> รายชื่อ อ.ก.พ.ร.
แนวทางการดำเนินงาน และจังหวัดที่สมัครในระบบ
 
 

  • เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการประชุม อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ครั้งที่ 1/2564 โดยมี นายไมตรี อินทุสุต เป็นประธาน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบกับแนวทางการดำเนินงานการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) ประกอบด้วย

1.1 วางแนวทางจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง เพื่อมุ่งสร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการเชิงพื้นที่โดยประชาชนที่มีการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์แก่ประชาชนและการบริหารงานในพื้นที่อย่างมีคุณภาพ โดยกระบวนการมีส่วนร่วม มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบสมัยใหม่ กลไกการจัดการสู่รัฐบาลดิจิทัล นวัตกรรม การจัดการ

1.2 การกำหนดจังหวัดที่เริ่มดำเนินการในขั้นต้นกระจายตามภาคต่าง ๆ 22 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ สระบุรี สิงห์บุรี ชลบุรี จันทบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุดรธานี สกลนคร นครราชสีมา ระนอง กระบี่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส แพร่ เชียงราย ลำปาง ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์

1.3 กำหนดแนวประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) ซึ่งได้วิเคราะห์จากข้อมูลต่าง ๆ โดยยึดการริเริ่มจากพื้นที่เป็นฐาน (Area – based initiation) อาทิ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ข้อมูลการประเมินสถานะหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราขการ 4.0 (PMQA 4.0) และปัญหาอุปสรรคของการดำเนินการ เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางให้จังหวัดริเริ่มดำเนินการ เพื่อประกอบการพิจารณาในการเลือกประเด็นขับเคลื่อนเป็นวาระเชิงยุทธศาสตร์

1.4 การแต่งตั้งคณะทำงานของ อ.ก.พ.ร.ฯ โดยมีองค์ประกอบ ได้แก่ อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทย และจากสำนักงาน ก.พ.ร. จำนวน 3 คณะ (ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและความมั่นคง และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะในประเด็นนโยบายสำคัญ (Agenda) และให้คำปรึกษาแนะนำแก่จังหวัดที่จะนำร่องที่อยู่ในความรับผิดชอบ

โดย สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจะประชุมรับฟังข้อสะท้อนและชี้แจงจังหวัด ในวันที่ 3 มีนาคม 2564 ที่กระทรวงมหาดไทย

2. รับทราบแนวทางการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง ก.พ.ร. และ อ.ก.พ.ร. โดยมีความเกี่ยวข้องกับ อ.ก.พ.ร. จำนวน 7 คณะ จาก 12 คณะ ซึ่งต้องอาศัยกรอบแนวคิด ทิศทาง วิธีการ กระบวนการจาก อ.ก.พ.ร. ทั้ง 7 ชุด เพื่อเป็นรูปแบบให้มีการนำไปประยุกต์ใช้ในจังหวัด ได้แก่ 1) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการทบทวนบทบาทภารกิจและปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการ 2) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ 3) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพภาครัฐ 4) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเงินและงบประมาณ 5) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการตีความและวินิจฉัยปัญหากฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน 6) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม และ 7) อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งจะได้เรียนเชิญผู้แทน อ.ก.พ.ร. มาร่วมหารือในการประชุมด้วย

3. รับทราบผลการดำเนินการของ อ.ก.พ.ร.ฯ ที่เป็นแกนกลางในการประสานงานกับ มท. กรมบัญชีกลาง และส่วนราชการ ในเรื่องงบประมาณจังหวัดบูรณาการที่ให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีความคล่องตัวในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานด้านพัสดุของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 7 วรรคหนึ่ง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถมอบอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้างให้กับผู้ดำรงตำแหน่งในราชการส่วนกลางในภูมิภาค หรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค หรือหัวหน้าหน่วยงานท้องถิ่น หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดโดยตรง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้นสังกัดทราบ และส่งสำเนาหลักฐานการมอบอำนาจให้ สตง. ทราบด้วย

4. รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ที่กำหนด Big Rock ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ก.พ.ร. ในกิจกรรมปฏิรูปที่ 4 สร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการในระดับพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยกำหนดเป้าหมาย 1.1 มีกลไกการทำงานที่บูรณาการ/เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ และเป้าหมาย 1.2 จังหวัดมีการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง (ตามประเด็นในข้อ 1)

5. เป้าหมายการพัฒนากลไกการทำงานที่บูรณาการ/เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ ในกิจกรรมปฏิรูปที่ 4 สร้างความเข้มแข็งในการบริหารราชการในระดับพื้นที่ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ เห็นควรให้นำประเด็นการพัฒนา (Agenda) ใน 2 ประเด็น คือ กลไกแก้ไขราคาผลไม้ตกต่ำ และการจัดระบบบริหารของจังหวัดภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 2019 (ฟื้นฟูการท่องเที่ยว) และคัดเลือกพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในการแก้ไขในกระบวนการตาม Agenda จำนวน 2 จังหวัด เพื่อเป็นแนวทางการจัดทำรูปแบบการทำงานที่เน้นการบูรณาการของกรมและจังหวัด โดยนำมาหารือในการประชุม อ.ก.พ.ร.ฯ ครั้งต่อไปในวันที่ 26 มีนาคม 2564

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

 17 มีนาคม 2563      

           คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น (อ.ก.พ.ร.ฯ) ได้มีการประชุม ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุม ก.พ.ร. ชั้น 5 โดยมี นายไมตรี อินทุสุต เป็นประธาน พร้อมด้วยนางสาวสุรุ่งลักษณ์ เมฆะอำนวยชัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ในฐานะรองประธาน เพื่อพิจารณารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (จังหวัดพันธุ์ใหม่) สรุปผลการประชุม ดังนี้

1. เห็นชอบรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัดฯ ดังนี้

1) ด้านระบบงาน ให้ใช้กลไกคณะกรมการจังหวัด เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญหรือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของพื้นที่ ให้พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่สนับสนุนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดของกระทรวงมหาดไทยที่มีอยู่แล้วให้เป็นปัจจุบัน และยกระดับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ
2) ด้านระบบแผนและงบประมาณ ให้นำแนวทางตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล (One Plan) มาขับเคลื่อน มอบอำนาจให้จังหวัดในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนจังหวัดแทนส่วนกลาง รวมทั้งให้มีการปรับกรอบวงเงินของกระทรวง กรมมาให้จังหวัดบางส่วน เพื่อให้จังหวัดเสนอโครงการที่เป็นความต้องการของพื้นที่
3) ด้านระบบบริหารงานบุคคล ให้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างน้อย 2 ปี และขอความร่วมมือให้หัวหน้าส่วนราชการของหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค มอบอำนาจการบริหารงานบุคคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

2. เห็นชอบแผนการทดลองดำเนินงานรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัดฯ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยคัดเลือกประเด็นที่จะดำเนินการทดลองที่เห็นผลได้เร็ว และมีผลกระทบต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของจังหวัด ใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย

1) เรื่องยกระดับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ
2) เรื่องการมอบอำนาจให้จังหวัดในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนจังหวัดแทนส่วนกลาง
3) เรื่องการจัดทำงบประมาณสมทบระหว่าง อปท.และจังหวัด (Matching Fund) และ
4) การเลือกเรื่องสำคัญตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนพัฒนาจังหวัด มาขับเคลื่อนในเชิงบูรณาการ โดยผ่านการกำหนดตัวชี้วัดร่วม

ทั้งนี้ ในการดำเนินการทั้ง 4 เรื่อง สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะจัดทำแผนการดำเนินงานลงพื้นที่ ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563

  3. เห็นชอบแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่อง (6 จังหวัด) โดยมีแนวทางดังนี้

1) การคัดเลือกจังหวัดนำร่อง ควรคัดเลือกจากยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัด เช่น จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ จังหวัดชายแดน จังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง เป็นต้น โดยอาจดูคุณสมบัติของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติม หรือให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาคัดเลือกตามความเหมาะสม
2) สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยร่วมกันในการนำรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการจังหวัดฯ ไปทดลองในจังหวัดนำร่อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องทำข้อเสนอการบริหารงานจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์ โดยมีเนื้อหา ประกอบด้วย รายละเอียดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายที่ท้าทายจับต้องได้ ที่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ในระยะเวลา 2 ปี และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการ
3) กำหนดให้ อ.ก.พ.ร.ภูมิภาค  คณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ และคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา เป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่จังหวัดนำร่อง
4) กำหนดมาตรการจูงใจให้แก่จังหวัดนำร่อง เช่น การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาบุคลากรของจังหวัด หรือการเพิ่มโควตาการเลื่อนเงินเดือนให้เป็นกรณีพิเศษ

ผลการประชุมในครั้งนี้ เมื่อ ก.พ.ร. ทราบ  จะแจ้งให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการต่อไป ตามที่กำหนดไว้ใน แผนการปฏิรูปประเด็นด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

** 6 จังหวัดนำร่อง อ้างอิงจาก http://www.sakhononline.com/news/2017/?p=16849 ได้แก่
1. จังหวัดราชบุรี
2. จังหวัดขอนแก่น
3. จังหวัดนครพนม >> คืบหน้า
4. จังหวัดสระบุรี
5. จังหวัดชัยนาท
6. จังหวัดสมุทรสาคร >> คืบหน้า

เพาเวอร์พอยท์โครงการจังหวัดพันธุ์ใหม่ (เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๒)

เอกสารอ้างอิง

ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔
https://www.opdc.go.th/content/Njc1MQ

ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓
https://www.opdc.go.th/content/NjExOA

ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒
http://www.mnre.go.th/reo13/th/news/detail/35358
เว็บไซต์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

counters-free

เริ่มนับ 20/8/2019